จีน-เกาหลีใต้ยัวะ สหรัฐขึ้นภาษีเครื่องซักผ้า-แผงโซลาร์

รัฐบาลจีนและเกาหลีใต้แสดงความไม่พอใจอย่างหนัก ต่อการที่สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะมีการร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลกด้วย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ว่าคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ ( ไอทีซี ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งมาตรา 201 ของกฎหมายการพาณิชย์

เพื่อปกป้อง “ผู้ผลิตระดับท้องถิ่น” และรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้บริโภคภายในประเทศ เนื่องจากไอทีซีได้รับการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับราคาเครื่องซักผ้าและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นมากในระยะหลัง ทั้งนี้ เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่สำหรับใช้ในครัวเรือนที่มีการนำเข้า 1.2 ล้านเครื่องแรก จะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 20% ในช่วงปีแรกของการบังคับใช้อัตราใหม่ และเครื่องซักผ้าที่มีการนำเข้าหลังจากกลุ่มแรกต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอัตรา 50% แต่อัตราเรียกเก็บจะลดลงเหลือ 16% และ 40% ตามลำดับในปีที่ 3 ของการบังคับใช้ ขณะที่อัตราภาษีสำหรับแผงพลังงานแสงอาทิตย์นำเข้าจากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ในปีแรกของการบังคับใช้อัตราใหม่ และจะลดลงเหลือ 15% ในปีที่ 4 ของการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว แต่จะยกเว้นภาษีให้เฉพาะกับแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 2.5 กิกะวัตต์

ด้านบริษัทเวิลด์พูล ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเบนตัน ฮาร์เบอร์ ในรัฐมิชิแกน ออกแถลงการณ์แสดงความชื่นชมผู้นำสหรัฐในการรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ และแรงงานชาวอเมริกัน ซึ่งกำลังเผชิญกับ “ความท้าทาย” จากคู่แข่งภายนอก อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเวิลด์พูลเป็นผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาลวอชิงตัน ให้ออก “มาตรการบางอย่าง” ต่อผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ 2 แห่ง คือซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และแอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนบริษัทผลิตสินค้าแบบเดียวกันอีกหลายแห่งของจีน ต่อมากระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ประณามมาตรการดังกล่าวของสหรัฐ ว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และยังเป็นการกีดกันการค้าอย่างชัดเจนด้วย ส่วนนายคิม ฮยอน-ชอง รมว.กระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ กล่าวว่ารัฐบาลโซลตจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก ( ดับเบิลยูทีโอ ). ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews